มะนาว
ก่อน ปลูกมะนาวสำหรับมือใหม่เราควรทำความรู้จักกับมะนาวกันสักนิดนะคะ ว่ามีลักษณะอย่างไร มีกี่สายพันธุ์และขยายพันธุ์อย่างไร จะได้เลือกพันธุ์มะนาวมาปลูกให้ตรงกับประโยชน์ที่ต้องการดูแลกันอย่างถูกต้อง ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพมีรายได้คุ้มทุนอย่างต่อเนื่องและที่สำคัญ รู้จักตลาดมะนาวกันให้ดีเสียก่อน พูดง่ายๆ ว่า จะปลูกทั้งที ก็ให้รวยกันไปเลย
- มะนาว เป็นไม้ผล รสเปรี้ยวจิ๊ดดดด ทรงกลมเหมือนส้ม ก็เพราะอยู่ในสกุลส้มนั่นเอง
- ผลมะนาว มีสีเขียวเข้ม พอแก่จะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง คนไทยนิยมใช้ปรุงอาหาร
- ต้นมะนาว เป็นพุ่มเตี้ย แต่ก็สูงได้ถึง 5 เมตรถ้าไม่ตัดแต่งทรงพุ่ม มีหนามแข็ง อวบอ้วน และสั้นอยู่ตามก้าน
- ใบ คล้ายใบส้ม ยาวเรียว ปลายมน
- ดอก สีขาวปนเหลือง เจือสีม่วงนิดๆ ตามขอบกลีบดอก
- เมล็ด รูปร่างกลมบ้าง รีบ้างตามสายพันธุ์ บางพันธุ์ก็ไม่มีเมล็ด ใช้ขยายพันธุ์ได้ แต่ต้องรอจนเบื่อเลยค่ะกว่าจะได้กินผล
สายพันธุ์มะนาว
มะนาวมีอยู่หลายสายพันธุ์ทั่วโลก แต่ที่นิยมปลูกในประเทศไทยปัจจุบันนี้มีประมาณ 8 สายพันธุ์
- มะนาวหนัง – ต้นไม่สุงมาก แต่แตกกิ่งก้านไม่เป็นระเบียบ ผลโตเต็มที่มีลักษณะกลมยาวมากกว่ากลมมน ผิวเรียบ เปลือกบาง มีหัวจุก
- มะนาวไข่ – ต้นขนาดเล็ก ผลคล้ายมะนาวหนังแต่ขนาดใหญ่กว่า เมื่อโตเต็มที่จะกลมมนเป็นส่วนใหญ่ ผิวเรียบ เปลือกบาง เหมาะสำหรับทำมะนาวดอง
- มะนาวทะวาย – นิยมปลูกกันมากที่สุด ให้ผลผลิตสูง ตลอดทั้งปี
– พันธุ์แม่ไก่ไข่ดก ผลกลม ขนาดปานกลาง ผลดกมากทั้งปี ปลูกในกระถาง หรือภาชนะได้ดี
– พันธุ์แป้นรำไพ ผลแป้น ใหญ่กว่าแม่ไก่ไข่ดก เปลือกไม่หนามาก
– พันธุ์แป้นทะวาย ผลขนาดกลาง ผลแป้น เปลือกบาง - มะนาวตาฮิติ-เป็นพันธุ์ต่างประเทศ ผลขนาดใหญ่ รูปไข่ เปลือกสีเขียว เนื้อสีเขียว มีกลิ่นและรสชาติดี ไม่มีเมล็ด อ่อนแอไม่ทนต่อโรคแคงเกอร์
- มะนาวปีนัง-ผลกลมยาว ใหญ่กว่ามะนาวหนัง ก้นแหลมคล้ายไข่เต่า เปลือกหนา กลิ่นหอม เหมาะเป็นไม้ประดับ
- มะนาวโมฬี-ต้นสูงไม่เกิน 2 เมตร ใหญ่แข็งแรง เหมาะสำหรับใช้เป็นต้นตอ ผลกลมป้อม ก้นแหลมแป้น ผิวเรียบ มีรสเปรี้ยวแต่กลิ่นหอมน้อย
- มะนาวพม่า-ต้นสูงถึง 5 เมตร แตกกิ่งก้านไม่เป็นระเบียบ ผลใหญ่ และเป็นมะนาวที่มีใบใหญ่ที่สุด
- มะนาวซุปเปอร์จัมโบ้-เป็นพันธุ์ผสมระหว่าง พันธุ์อเมริกากับพันธุ์ไทย ผลมะนาวมีลักษณะ เปลือกบาง ไม่มีรสขม น้ำเยอะ มีกลิ่นหอม ไร้เมล็ด รสชาติกลมกล่อม ผลขนาดใหญ่ 7 ลูก เท่ากับ 1 กิโลกรัม ออกผลตลอดทั้งปี เหมาะสำหรับส่งออก เพราะปัจจุบันเป็นที่ต้องการของต่างประเทศมาก
ตลาดมะนาว
หัวข้อนี้ไม่มีปัญหาสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกมะนาวเพียงแค่ไว้บริโภคในครัวเรือน แต่สำหรับผู้ที่เริ่มต้นเป็นเกษตรกร มีปัญหาแน่ๆ ถ้าไม่รู้จักตลาด หรือแหล่งรับซื้อ ตลาดมะนาว มีอยู่ 2 แหล่งใหญ่ๆ คือ
ตลาดในประเทศ
มะนาวมีราคาถูกที่สุดช่วง เดือนกรกฎาคม ถึง เดือนกันยายน ราคาแพงที่สุดช่วง เดือนมีนาคม ถึง เดือนเมษายน ของทุกปี ซึ่งมีผลจากฤดูกาล แต่ทว่า…ไม่มีอะไรที่จะเก่งเกินมันสมองของมนุษย์ไปได้นานนักหรอก ปัจจุบันมีเทคนิคบังคับมะนาวให้ผลิดอกออกผลนอกฤดูได้แล้ว ติดตามเทคนิคต่างๆ ในบทความ เทคนิคและข้อควรระวัง ใน การปลูกมะนาวนอกฤดู และไม่ต้องกลัวนะคะว่าถ้ามีผลผลิตมะนาวนอกฤดูออกมาแล้วจะเสียราคา ช่วงเวลาที่ว่านั้น ราคามะนาวยังคงแพงอยู่
ตลาดในประเทศแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ
- ตลาดขายส่ง เช่น ตลาดปากคลองตลาด, ตลาดทรงวาด, ตลาดสี่มุมเมือง และตลาดไท เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีพ่อค้าขายส่งหรือนายหน้าไปติดต่อรับซื้อถึงสวนไปจำหน่ายอีกทอดหนึ่ง
- ตลาดขายปลีก ถ้าเกษตรกรไม่นำไปจำหน่ายเองตามตลาดสดท้องถิ่น ก็จำหน่ายให้แก่พ่อค้าขายส่งเพื่อนำไปจำหน่ายยังพ่อค้าแม่ค้าตามตลาดสด เพื่อประหยัดค่าขนส่งและเวลา
ตลาดต่างประเทศ
ความต้องการมะนาวในตลาดต่างประเทศมีอยู่สูง แต่เมื่อเทียบกับสินค้าทางการเกษตรชนิดอื่น มะนาวยังมีปริมาณการส่งออกที่น้อยมาก ตลาดต่างประเทศที่มีการส่งมะนาวออกไปจำหน่าย เช่น ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ ฯ
เมื่อรู้จักสายพันธุ์ รู้จักตลาด ของมะนาวกันแล้ว คงพอที่จะตัดสินใจได้ว่าจะปลูกมะนาวพันธุ์อะไร แต่ผู้เขียนมีของแถมต่อยอดให้อีกนิดค่ะ…..
การขยายพันธุ์มะนาว
การปลูกมะนาว สิ่งหนึ่งที่ควรปฏิบัติควบคู่ไปกับการดูแลอื่นๆ คือ การตัดแต่งทรงพุ่มของมะนาว ไม่ให้ใหญ่เกินไป บังคับรากไม่ให้ขยายตามทรงพุ่ม และแต่งกิ่งให้เป็นกิ่งเดี่ยว เป็นระเบียบ ไม่แตกกิ่งก้านรกรุงรัง หรือแตกแขนงมากเกินไป เพื่อให้ได้ผลผลิตดี มีรายได้สูงขึ้น แต่ตัดกิ่งไปทิ้งก็เสียประโยชน์ สู้ตอนกิ่ง หรือชำกิ่ง จำหน่ายเพื่อต่อยอดธุรกิจ หรือขยายพันธุ์ด้วยตนเอง เพื่อลดต้นทุนไม่ดีกว่าหรือ?
วิธีขยายพันธุ์มะนาว มี 2 วิธี ที่นิยมกัน คือ
- การตอนกิ่ง
– เลือกกิ่งกึ่งอ่อนกึ่งแก่ (เริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลอ่อน) ยาวประมาณ 30 ถึง 50 เซนติเมตร ต้นพันธุ์ต้องแข็งแรง ไม่เคยเป็นโรค
– ตัดหนามและใบ บริเวณที่จะควั่นกิ่งออกประมาณ 10 เซนติเมตร
– ควั่นกิ่งถึงเนื้อไม้ 2 รอย ห่างกันประมาณ 1 ถึง 2 เซนติเมตร จากนั้นลอกเปลือกออก
– ใช้สันมีดขูดเนื้อเยื่อเจริญจากล่างขึ้นบนออกให้หมด (ตรวจสอบโดยการใช้มือลูบแล้วไม่ลื่น)
– หุ้มด้วยขุยมะพร้าวที่ชื้น มัดเปลาะหัวท้ายให้แน่น
– ทิ้งไว้ประมาณ 25 ถึง 45 วัน รากจะแทงออกมา ถ้าเห็นว่ามีรากมากพอ ให้ใช้กรรไกรตัดกิ่งเพื่อนำกิ่งตอนที่ออกรากแล้วไปแช่น้ำให้อิ่มตัว
– นำกิ่งตอนมะนาวลงปลูกในถุงดำขนาด 5×8 นิ้ว โดยใส่วัสดุปลูกที่ผสมไว้แล้ว 1 ใน 3 ส่วนของถุง (ส่วนผสมวัสดุปลูก คือ ดิน 1 ส่วน, แกลบ 2 ส่วน และมูลวัวที่ย่อยสลายแล้ว 1 ส่วน)
– แกะถุงพลาสติกที่หุ้มช่วงรากของกิ่งตอนออก แล้ววางกิ่งตอนลงปลูกในถุง ตั้งลำต้นให้ตรง ใส่ดินให้เต็มถุง เขย่าเบาๆ ให้ดินแน่น
– รดน้ำ แล้ววางไว้ในที่ร่ม หรือแดดรำไร ประมาณ 15 วัน เมื่อเห็นรากแทงออกจากถุง ก็นำไปปลูกหรือจำหน่ายได้ - การปักชำ
– เลือกกิ่งลักษณะเดียวกันกับการตอน
– ตัดเป็นท่อน ยาวท่อนละ 6 ถึง 8 นิ้ว
*** ตัดให้ชิดข้อ ส่วนปลาย ตัดเหนือตาบนสุดประมาณ ครึ่งเซนติเมตร ***
*** ตัดให้ปลายเฉียงเล็กน้อย หรือเป็นปากฉลาม เพื่อไม่ให้กิ่งปักชำเน่า ***
– ตัดใบทิ้ง เหลือใบไว้ประมาณ 4 ถึง 6 ใบ
– กรีดโคนกิ่งยาวประมาณ 1 นิ้ว 3 ถึง 4 รอย
– นำไปจุ่มสาร NAA ความเข้มข้น 4,000 ส่วนต่อล้าน ประมาณ 2 นาที
– นำกิ่งมะนาวไปผึ่งลมให้แห้ง แล้วนำมาปักชำในกระถางพลาสติกหรือกระบะพ่นหมอกประมาณ 30 วันจนเริ่มติดราก
การขยายพันธุ์มะนาว ด้วยวิธีเสียบยอดมะนาวบนตอมะขวิด
เป็นอีกหนึ่งวิธีในการขยายพันธุ์ ที่ผู้เขียนอยากแนะนำ เนื่องจากปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีน้ำท่วมในหลายพื้นที่เกือบทุกปี เกษตรกรผู้ปลูกมะนาวได้รับผลกระทบกันหลายราย การเสียบยอดมะนาวบนตอมะขวิด เป็นอีกทางเลือกให้กับเกษตรกรหรือเกษตรกรมือใหม่ *** ข้อดี คือ ต้นมะขวิด ทนแล้ง ทนน้ำท่วม ปลูกลงดินได้ *** สำหรับเกษตรกรที่มีพื้นที่เยอะๆ และไม่อยากเสียเงินลงทุนปลูกในภาชนะ ลองหาซื้อต้นมะขวิด หรือเพาะมะขวิดไว้เพื่อเสียบยอดมะนาว ซึ่งวิธีการก็ไม่ยาก
- เลือกต้นมะขวิดที่อายุได้ 1 ปี สูงประมาณ 50 ถึง 80 เซนติเมตร ตัดกิ่งให้เหลือแต่ตอสูงจากโคนประมาณ 20 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้ทรงพุ่มของมะนาวสูงเกินไป
- ใช้มีดบางผ่าตอต้นมะขวิดลึกประมาณ 1 เซนติเมตร
- จากนั้นนำกิ่งพันธุ์มะนาวที่เลือกไว้ ตัดก้านแขนงออกให้มีลักษณะเป็นกิ่งเดี่ยว ริดใบออกให้เหลือเพียง 4 ถึง 5 ใบ
- ใช้มีดปาดกิ่งมะนาวให้มีลักษณะเป็นลิ่มปากฉลามเพื่อจะเสียบลงไปในตอมะขวิดที่ผ่าไว้ (การปาด ต้องเหลือเปลือกสีเขียวทั้งสองข้างไว้ เพราะมีท่อส่งอาหาร ส่วนตรงกลางของกิ่งจะเป็นท่อส่งน้ำ)
- เสียบกิ่งมะนาวลงไปให้ขอบชิดด้านใดด้านหนึ่งของตอมะขวิดเพื่อให้ท่อส่งอาหารเชื่อมต่อกัน
- ใช้เทปใส หรือเชือกฟางพันรอบกิ่งมะนาวและตอมะขวิดไว้ให้แน่น
- ใช้ถุงพลาสติกคลุมจากยอดลงมาถึงรอยเสียบให้มิดชิด ประมาณ 20 ถึง 30 วัน ระหว่างนี้ควรดูแล บำรุงให้ดี เพื่อให้ยอดติดเร็ว หากกิ่งมะนาวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แสดงว่าการเสียบยอดไม่ได้ผล
- เมื่อแกะถุงออกตามกำหนดแล้วกิ่งมะนาวกับตอมะขวิดติดกันดีแล้วให้นำไปปลูก หลังจากปลูก ภายในระยะเวลา 1 ปี จะมีกิ่งแขนงของต้นมะขวิดแตกออกมา ให้ตัดทิ้งเพื่อไม่ให้มาแย่งอาหารมะนาว และหากมีดอกออกมาครั้งแรกก็ให้ปลิดทิ้ง
*** การเสียบยอดมะนาวบนต่อมะขวิด มีข้อเสีย คือ ใช้เวลานานกว่าจะให้ผลผลิต ***
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม : คลิ๊กที่นี่
(แหล่งข้อมูล: www.rakbankerd.com, www.jr_rsu.net/article/2077, หนังสือ มะนาววงบ่อซีเมนต์ & ในกระถาง 5 ภาค สนพ.นาคา โดย อภิชาติ ศรีสอาด และ พัชรี สำโรงเย็น )